All Posts tagged กายภาพบำบัด

ตอนที่210: ข้อห้ามในการออกกำลังกายของคนท้อง

ข้อห้ามในการออกกำลังกายของคนท้อง

1.ปากมดลูกเปิดกว้างกว่าปกติ
2.รกเกาะต่ำ
3.มีเลือดออกผ่านช่องคลอด
4.มีประวัติแท้งลูก
5.มีการอุดตันของหลอดเลือดที่ขา
6.มีโรคหัวใจ
7.ความดันเลือดสูง
8.ทารกมีขนาดเล็กมาก

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่209: การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Paraplegia จาก Wheel chair ไปเตียง

ตอนที่209: การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Paraplegia จาก Wheel chair ไปเตียง

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Paraplegia จาก Wheel chair ไปเตียง

 

1.เข็น Wheel chair เฉียงทำมุม 45 องศากับเตียง

2.ล็อคล้อ Wheel chair

 

 

 

3.ใช้มือยกขาออกจากที่วางขาทีละข้าง

 

 

 

 

4.ใช้แขนข้างหนึ่งคล้อง push handle เพื่อกันการล้ม

มืออีกข้างยก footrest ขึ้น ทำสลับกันอีกข้างหนึ่ง

 

 

 

  1. ลงน้ำหนักที่มือโดนกด armrest ยกตัวขึ้น

เลื่อนตัวมาริมที่นั่ง

 

 

 

 

6.ใช้มือข้างหนึ่งกดที่เตียง อีกข้างหนึ่งกดที่ armrest

โน้มตัวไปข้างหน้า ออกแรงกดและหมุนตัวมานั่งที่เตียง

ผู้ช่วยจับที่บริเวณเข็มขัดเพื่อประคองผู้ป่วย

ช่วยประคอง

 

 

 

 

 

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่208: การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Hemiplegia จาก Wheelchair ไปเตียง

ตอนที่208: การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Hemiplegia จาก Wheelchair ไปเตียง

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย Hemiplegia จาก Wheelchair ไปเตียง

 

1.เข็น Wheel chair เฉียงทำมุม 45 องศากับเตียง

โดยเข็นเข้าข้างแข็งแรง

2.ล็อคล้อ Wheel chair

 

 

3.ผู้ป่วยใช้ข้างข้างที่แข็งแรงเกี่ยวขาข้างที่อ่อนแรง

วางลงบนพื้น และยก footrest ขึ้น

 

 

4.ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างที่อ่อนแรงของผู้ป่วยมือจับเข็มขัด

ทางด้านหลังของผู้ป่วยเพื่อช่วยประคองตัวผู้ป่วย

ผู้ป่วยออกแรงกดที่ footrest เพื่อเลื่อนตัวมาริม

ที่นั่ง

 

 

5.ใช้มือข้างหนึ่งกดที่เตียง อีกข้างหนึ่งกดที่ armrest

โน้มตัวไปข้างหน้า ผู้ป่วยจับที่บริเวณเข็มขัดเพื่อ

ประคองผู้ป่วย

 

 

 

6.ผู้ป่วยออกแรงกดที่ armrest และเตียง

เหยียดเข่าและสะโพกลุกขึ้นยืน จากนั้นหมุนตัว

ลงนั่งที่เตียง ผู้ช่วยจับที่บริเวณเข็มขัดเพื่อประคอง

ผู้ป่วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่207: ภาวะของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอด/น้ำท่วมปอด (Pleural Effusion)

ภาวะของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอด/น้ำท่วมปอด 

(Pleural Effusion) 

ในช่องเยื่อหุ้มปอดปกติจะมีของเหลวอยู่ประมาณ 2-3 มิลลิลิตร ในหนึ่งวันจะมี protein-free fluid ไหลเข้ามาในช่องอก และดูดซึมกลับประมาณ 5 ถึง 10 ลิตร

สาเหตุ

          -โรคปอด เช่น วัณโรคเยื่อหุ้มปอด ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดร่วมกับปอดอักเสบ มะเร็งปอดหรือ

มะเร็งอวัยวะอื่นที่แพร่กระจายมายังเยื่อหุ้มปอด

-โรคหัวใจ ได้แก่ ภาวะหัวใจวาย เลือดคั่ง

-โรคไต ได้แก่ ภาวะไตวาย กลุ่มอาหารที่มีไข่ขาวในปัสสาวะ

-โรคตับแข็ง

-โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น โรคเอสแอลอี

-โรคอื่นๆที่พบได้ไม่บ่อย เช่น น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดที่เกิดร่วมกับฝีบิดในตับ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

เป็นต้น

กลไกการเกิดการสะสมของของเหลวในช่องอกได้แก่

  1. increased hydrostatic pressure เช่น ภาวะหัวใจวาย (heart failure)
  2. increase capillary permeability เช่น pneumonia หรือ inflammatory pleuritis
  3. decreased plasma colloid oncotic pressure เช่น hypoalbuminemia
  4. increased intrapleural negative pressure เช่น ภาวะปอดแฟบ (Atelectasis)
  5. impaired lymphatic drainage of the pleural space เช่น tumor, radiation, fungal disease

ของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอดแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่ transudate และ exudate การแบ่งเช่นนี้มี ประโยชน์ในการวินิจฉัยหาสาเหตุ และการวางแนวทางการรักษาแก่ผู้ป่วย

1.ของเหลวชนิด transudate เกิดจากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยทางระบบของการเกิดและการดูดซึม ของ pleural fluid เช่น การลดลงของ plasma colloid osmotic pressure ในภาวะ hypoalbuminemia , nephrotic syndrome หรือ มีการเพิ่มขึ้นของ hydrostatic pressure ในภาวะหัวใจวาย เป็นต้น

2.ของเหลวชนิด exudate จะเกิดจากโรคของ pleura หรือ ทางเดินท่อน้ำเหลือง (lymphatics) เช่น bacterial pneumonia , tuberculosis (วัณโรค) หรือ เนื้องอกภายในช่องอก

อาการ

          คือ เจ็บแน่นในหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย นอกจากนี้อาจมีอาการต่างๆ ร่วมด้วยขึ้นกับสาเหตุของโรค เช่น อาจมีไข้ ไอเรื้อรั้ง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดข้อ ปวดท้อง บวม

กาตรวจร่างกาย

หายใจหอบเร็วกว่าปกติ ปอดข้างที่เป็นเคลื่อนไหวได้น้อยกว่าปกติ เคาะทึบ(dullness) และใช้เครื่องฟังตรวจจะไม่ได้ยินเสียงหายใจ ถ้าเป็นมากๆหลอดลมใหญ่จะถูกดันให้เบี้ยวไปอีกข้างหนึ่ง

การวินิจฉัยโรค

          ทำได้โดย การตรวจ X-ray และการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การนำ fluid ออกมาตรวจ (thoracentesis) ซึ่งรวมถึงการตรวจ cytology ด้วย การทำ pleural biopsy และ การทำ thoracoscopy

การรักษาทางการแพทย์ พิจารณาจากปัจจัย 2 ปัจจัยคือ

1.อาการ ซึ่งเกิดจากการมีของเหลวกดการขยายตัวของปอด รวมถึงการติดเชื้อซึ่งอาจเกิดขึ้นได้  และ

อาจกลายเป็น empyema หากไม่ได้รับการ รักษา

  1. 2. ลักษณะของเหลวเป็นชนิด exudate หรือ transudate ซึ่งโดยทั่วไปหากพบลักษณะของ exudate

ผู้ป่วยมักต้องได้รับการระบายของเหลวออกเนื่องจากไม่สามารถดูดซึมกลับได้เองตามกลไก ปกติ และ

มักมักมีปัญหาการติดเชื้อในที่สุด

 

 

วิธีระบายของเหลวออกจากช่องทรวงอก

  • การใช้เข็มเจาะและดูดออกโดยตรง (Thoracentesis)
  • การใส่ท่อระบายช่องทรวงอก (Thoracostomy) หรือที่เรียกกันว่าใส่ ICD (Intercostal Closed

Drainage)

ส่วนการรักษาเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นใหม่นั้นต้องพิจารณาที่สาเหตุด้วย โดยส่วนใหญ่จะพบ ปัญหาในกลุ่ม malignant pleural effusion ที่ไม่ตอบสนองต่อการให้ chemotherapy หรือ radiation ซึ่ง การรักษาได้แก่ การทำ Thoracostomy ร่วมกับ chemical pleurodesis หรือการทำ surgical pleurectomy

การรักษาทางกายภาพบำบัด

          1.การฝึกการหายใจ จะเน้นการขยายตัวของปอดส่วนล่าง

2.การบริหารหัวไหล่และทรวงอก เพื่อช่วยการเคลื่อนไหวของทรวงอกดีขึ้น และยังช่วยการขยายตัวของ

ปอดโดยการเร่งการซึมกลับของสารเหลว

 

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

 

More

ตอนที่206: ES for Brachial Plexus Injury

ES for Brachial Plexus Injury

หลักในการกระตุ้นไฟฟ้า สำหรับผู้ป่วย Brachial Plexus Injury

การกระตุ้นไฟฟ้าสามารถชะลอการลีบของกล้ามเนื้อที่ขาดเส้นประสาทมาเลี้ยงไว้ แต่ผลที่ได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้

1.ชนิดของกระแสที่ใช้กระตุ้น : ใช้กระแสไฟตรงแบบเป็นช่วงๆ ในกรณีกล้ามเนื้อไม่ได้ขาดเส้นประสาทมาเลี้ยงทั้งมัดหรืออยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง กระแสที่ใช้กระตุ้นควรเป็น Triangular wave form เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยงเกิดการปรับตัว ทำให้ช่วยหลีกเลี้ยงการหดตัวของกล้ามเนื้อที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยงได้ แต่ถ้าผู้ป่วยเป็น complete BPI การกระตุ้นกล้ามเนื้อไม่จำเป็นที่จะต้องระวังเส้นประสาทข้างเคียงที่จะไวต่อการตอบสนองต่อตัวกระตุ้น ดังนั้น Regtangular wave form จึงเหมาะสมกว่าเพื่อให้ได้กระแสเต็มพื้นที่ในช่วงกระตุ้น

2.Current Intensity : Maximal stimuli level เพื่อชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ

3.Frequency : ความถี่ที่นำมาใช้ในการกระตุ้นคือ ความถี่ต่ำ (low frequency)

4.ช่วงการกระตุ้น : ช่วงกระตุ้นจะมากน้อยขึ้นอยู่กับ chronaxie ของกล้ามเนื้อที่ทำการรักษา pulse duration ที่จะนำมาใช้รักษาควรจะมากกว่าหรือเท่ากับ chronaxie ส่วนการเลือก pulse duration ช่วงพักที่มักใช้ในแต่ละครั้งของการ contraction ประมาณ 500-1000 ms ถ้าให้ช่วงพักแคบเกินไปการเกิดการล้าจะง่ายขึ้น การฟื้นตัวของกล้าเนื้อทีขาดประสาทมาเลี้ยงจะใช้เวลานานมากกว่ากล้ามเนื้อปกติ

5.Technique bipolar technique : โดยวางขั้วกระตุ้นครอบคลุมส่วนต้นและส่วนปลายของ muscle belly ถ้าวางแบบ monopolar technique ควรให้ dispersive วางไว้บนส่วนของร่างกายที่ห่างจากบริเวณที่กระตุ้น ส่วน active electrode ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเป็นขั้วที่วางอยู่บนกล้ามเนื้อที่ต้องการรักษา ซึ่งควรจะเคลื่อนขั้วกระตุ้นไปทั้วๆ เพื่อให้กระแสไฟกระตุ้นทุกมัดของใยกล้ามเนื้อ การวางขั้วกระตุ้นที่คิดว่าเป็นบริเวณ motor point จะเกิดผลได้เพียงบางส่วนของกล้ามเนื้อเท่านั้น

 

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More