All Posts tagged ฟื้นฟู

ตอนที่215: เครื่องกระตุ้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านผิวหนังเพื่อลดปวด

เครื่องกระตุ้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านผิวหนังเพื่อลดปวด

(Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation, TENS)

–  เป็นกระแสไฟฟ้ากระตุ้นประสาทผ่านผิวหนังเพื่อลดปวด

– phase duration ~80-500 µs โดยมีค่าความเข้ม ~50-100 mA และมีค่าความถี่ตั้งแต่ 2-150 Hz

– ลักษณะรูปคลื่นมีหลายรูปแบบขึ้นกับบริษัทที่ผลิต บางเครื่องเป็น monophasic บางเครื่องเป็น  symmetrical biphasic หรือ asymmetrical biphasics pulse

– ส่วนใหญ่ให้ผลในการลดปวด โดยกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกมากกว่ากระตุ้นเส้นประสาทยนต์

ชนิดของ TENS ซึ่งขึ้นกับคุณสมบัติของพารามิเตอร์

1.Conventional  TENS หรือ HI-TENS

มีความถี่ประมาณ 50-150 Hz ช่วงกระตุ้นนอน โดยเพิ่มความเข้มของกระแสไฟจนกระทั่งผู้ป่วยรู้สึก โดยไม่เห็นการหดของกล้ามเนื้อขณะกระตุ้น การตั้งค่าพารามิเตอร์นี้พัฒนาจากพื้นฐานของทฤษฎี “gait control” พบว่าการกระตุ้นแบบ conventional mode  นี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย แม้ว่าช่วงเวลาที่อาการปวดลดลงนี้จะสั้นและเกิดaccomadation ต่อตัวกระตุ้นสูง ถ้าเปรียบเทียบกับอันอื่น เมื่อกระตุ้นได้ 5-10 นาทีผู้ป่วยจะรู้สึกว่าความแรงของกระแสไฟลดลงแค่ความเป็นจริงคือผู้ป่วยเริ่มเกิดความเคยชินต่อการรับรู้(perception)ของความแรงของตัวกระตุ้นจนความรู้สึกเปลี่ยนไป

  1. Acupuncture-Like Or Lo-TENS

จะมีความถี่ประมาณ 1-4 Hz , pulse width > 200 µs โดยเพิ่มความเข้มของกระแสไฟจนถึงระดับ”patient tolerance” เป็นเวลา 20-30 นาที ต่อครั้ง ต่อวัน และทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง

  1. BRIEF,INTENSE TENS

จะมีความถี่มากกว่า 100 Hz, pulse width 150-250 µs (ความถี่สูงช่วงกระตุ้นยาว)ตั้งความเข้มของกระแสไฟจนถึงระดับสูงสุดที่ผู้ป่วยจะทนได้หรือเรียกว่าระดับ”patient tolerance” การกระตุ้นนี้จะไปลด activity ของ A delta , C fiber ทำให้ conduction velocity ช้าลง

  1. BURST , OR PULSE-TRAIN TENS

เป็นการผสมผสานกันระหว่าง Hi-TENS กับ Lo-TENS คือมี High frequency ในลูกเล็กๆ(70-100Hz)และในลูกใหญ่1-4 Hz มักให้ผลในการรักษาดีเพราะผู้ป่วยรู้สึกสบายไม่เจ็บมาก

  1. MODULATED TENS

คือการมี pulse width และ pulse rate ที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งเชื่อว่ามีผลในการป้องกันการปรับตัว (adaption)ของใยประสาทต่อกระแสไฟ

ข้อบ่งชี้ทางคลินิก

อาการเจ็บปวดระยะเฉียบพลัน (acute pain)

การรักษาผู้ป่วยระยะเฉียบพลันมักได้ผลดีเมื่อรักษาด้วย conventional TENS (Hi-TENS) โดยTENS จะป้องกันการเกิดความเจ็บปวดจากการเกร็งค้างของกล้ามเนื้อในรายที่ยังมีความเจ็บปวดอยู่แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย TENS มักถูกนำมาใช้ในการกระตุ้นลดปวดเพื่อให้ผู้ป่วยกลับสู่กิจวัตรประจำวันตามปกติโดย TENS มักถูกนำมาใช้ใน minor sport injury เช่น mild shoulder contusion , rib contusion , ankle sprain อย่างไรก็ตามนักกายภาพบำบัดควรมีความระมัดระวังและคำนึงถึงผู้ป่วยที่เป็นโรค rheumatoid และการบาดเจ็บในนักกีฬาเนื่องจากความเจ็บปวดอาจมีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้ส่วนนั้นๆของร่างกายถูกใช้งานมากเกินไปเพราะฉะนั้นการกระตุ้นด้วยTENS ควรใช้หลังช่วงที่มีการป้องกันไม่ให้ส่วนนั้นๆเคลื่อนไหวหรือใช้งานมากเกินไป

อาการเจ็บปวดระยะเรื้อรัง

ปัญหาทางคลินิกของผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวดระยะเรื้อรัง(chronic pain) ที่ต้องระมัดระวังคือผู้ป่วยที่ต้องพึ่งยา เช่น พวกที่มีปัญหาทางจิตเวชหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง(behavior disturbances)นอนไม่หลับ ไม่อยากอาการบางคนจะมีการลดลงของ pain toleranceและมีการขาดสาร นอกจากจะลดปวดแล้วยังช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่พยายามมากเกินไป รักษาหายแล้วได้ผลดีในกรณี เช่น LBP, rheumatoid arthritis, regeneration joint disease, causalgia , peripheral neuropthy , peripheral nerve injury , phantom pain , migrate headache

 

กลไกลและทฤษฏีความเจ็บปวด

ทางเดินประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด(Pain pathway)

Nociceptors

  1. Cutaneous Nociceptors เครื่องรับการกระตุ้นซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่อยู่บริเวณ cutaneous แบ่งเป็น
  2. A delta fiber  – small Myelinated nerve fiber

– ตอบสนองต่อตัวกระตุ้นเชิงกลที่รุนแรง(High threshold)

– ส่งกระแสประสาทความรู้สึกเจ็บปวดด้วยความเร็ว(fast pain)รู้ตำแหน่งที่แน่นอน                                            ลักษณะเป็น pricking pain

  1. C fiber/free nerve ending เจ็บ(Subpain threshold) จะทำให้กระแสไฟฟ้าจาก A beta เอาชนะ                             กระแสไฟฟ้าที่มาจาก A delta , C fiber ด้วยเครื่องกระตุ้นชนิด Hi-TENS , IFC ช่วงความถี่สูง 100-                       150Hz

การกระตุ้นเส้นประสาทเส้นใหญ่(A beta)จะช่วยลดปวดได้โดยการส่งกระแสประสาทไปเร้าที่ SG cellเพื่อให้SG cell เป็นตัวทำหน้าที่ยับยั้งการส่งผ่านของใยประสาท A delta, C fiber ที่ไปกระตุ้น T cell และตัวมันเองก็ทำหน้าที่ยับยั้ง T cell โดยตรงซึ่งเรียกการยับยั้งลักษณะนี้ว่า Gate close

ตรงกันข้าม small fiber จะไปลดการทำงาน SG cell และไปเพิ่มการทำงานของ T cell เพื่อให้กระแสไฟฟ้าที่นำความเจ็บปวดส่งผ่านไปยังสมอง เรียกว่า Gate open

  1. Morphine type

มีผลต่อ C fiber โดยการไปกระตุ้น A delta fiber ด้วยความถี่ต่ำๆและใช้ความเข้มของกระแสไฟระดับ suppain tolerance  ( รู้สึกเจ็บจนทนไม่ได้) ด้วยเครื่องกระตุ้นชนิด Lo-TENS หลั่งกระตุ้นจะมีการหลังสาร neurotransmitter คือ enkephalin , beta-endorphin

– เส้นประสาทนี้ทำหน้าที่แยกแยะลักษณะต่างๆของความรู้สึกเจ็บปวด เช่น ความรุนแรงของตัวกระตุ้น ระยะเวลาในการกระตุ้นบริเวณที่มีการกระตุ้น

  1. Paleospinothalamic tract

– Synapse มาก ส่งกระแสประสาทได้ช้า

– เกิดร่วมกับอารมณ์ที่ไม่พึงพอใจและการตอบสนองโดยอัตโนมัติต่อความเจ็บปวด

  1. Spinoreticular tract
  2. Spinomesencephalic tract

– ไม่สามารถแยกแยะคุณลักษณะของความรู้สึกเจ็บปวดได้

– อาจกระตุ้น descending inhibitory activity

  1. Spinocervical fraction

– วิ่งตรงขึ้น lateral cervical nucleus

– สิ้นสุดที่ thalamus ด้านตรงข้าม

  1. ใยประสาทบางเส้นที่อยู่ใน dorsal column จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด

การควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด(Control of pain)

  1. Gate Control Theory

มีผลทั้ง A delta และ C fiber ใน posterior horn จากการกระตุ้น mechanoreceptor ของ A bata  fiber ด้วยความถี่สูง ด้วยความเข้มของกระแสไฟฟ้าระดับที่ไม่ทำให้ผู้ถูกกระตุ้นรู้สึกเจ็บ(subpain threshold) จะทำให้กระแสไฟฟ้าจาก A beta เอาชนะกระแสไฟฟ้าที่มาจาก A delta , C fiber ด้วยเครื่องกระตุ้นชนิด Hi-TENS,IFC ช่วงความถี่สูง 100-150 Hz

การกระตุ้นเส้นประสาทเส้นใหญ่(A beta) จะช่วยลดปวดได้โดยการส่งกระแสประสาทไปเร้าที่ SG cell เป็นตัวทำหน้าที่ยับยั้งการส่งผ่านของใยประสาท A delta, C fiber ที่ไปกระตุ้น T cell และตัวมันเองก็ทำหน้าที่ยับยั้ง T cell โดยตรง ซึ่งเรียกการยับยั้งลักษณะนี้ว่า Gate close

ตรงกันข้าม small fiber จะไปลดการทำงานของ SG cell และไปเพิ่มการทำงานของ T cell เพื่อให้กระแสไฟฟ้าที่นำความเจ็บปวดส่งผ่านไปยังสมองที่เรียกว่า Gate open

 

  1. Morphine type

มีผลต่อ C fiber โดยการไปกระตุ้น  A delta fiber ด้วยความถี่ต่ำๆและใช้ความเข้มของกระแสไฟระดับ subpain tolerance(รู้สึกเจ็บจนแทปทนไม่ได้) ด้วยเครื่องกระตุ้น Lo-TENS หลังกระตุ้นจะมีการหลั่งสาร neurotransmitter คือ enkephalin,beta-endorphin

ตารางแสดงกระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำชนิดต่างๆที่นำมาใช้ในทางกายภาพบำบัด

ความถี่(รอบ/วินาที) ช่วงกระตุ้น(มิลลิวินาที) ชื่อกระแสไฟฟ้า กระแสไฟตรง/สลับ ภาวะที่ใช้ในกายภาพบำบัด
0   ไฟตรง   ผลักดันน้ำยาเข้าไปในร่างกายลดบวม ลดปวด
50   ไซนูซอยด์(sinusoid)   การแพลงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เพิ่มการไหลเวียน
    ไดอัพไดนามิค    
    ฟาราดิก    
    ตรงเป็นช่วงๆ   การแพลงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ลดปวด เพิ่มการไหลเวียน
    ทีอีเอ็นเอส   ลดปวด ลดการเกร็ง
    ตรงศักย์สูง   ลดปวด กระตุ้นกล้ามเนื้อที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง
    อินเตอเฟอเรนเชียล   ลดปวด

กระตุ้นกล้ามเนื้อที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่214: คำแนะนำในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์

คำแนะนำในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของการออกกำลังกาย Muscular Endurance Hypertrophy Maximal Strength Power
ลักษณะการหดตัวของกล้ามเนื้อ Ecc:Con Ecc:Iso:Con Ecc:Iso:Con Ecc:Con
ความหนักของการออกกำลังกาย 1-3 sets x

15-20RM

4-6 sets x

8-15RM

3-5 sets x

3-8RM

3-5 sets x

1-3RM

ลักษณะการเคลื่อนไหว Single & multi-

Joints exercise

Single & multi-

Joints exercise

Single & multi-

Joints exercise

Multi-Joints exercise
ลำดับการออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนได้ไม่จำกัด กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนกล้ามเนื้อมัดเล็ก
ระยะเวลาพัก 30-60 วินาที 1-2 นาที 3-5 นาที 5-8 นาที
จังหวะการเคลื่อนไหว 1:0:1 2:1:2 1:1:1 เคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด
ความถี่ในการออกกำลังกาย 2-3 วัน/สัปดาห์ 3-5 วัน/สัปดาห์ 3-5 วัน/สัปดาห์ 4-6 วัน/สัปดาห์

 

หมายเหตุ: Ecc หมายถึง Eccentric Contraction

Con หมายถึง Concentric Contraction

Iso   หมายถึง Isometric Contraction

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่213:ความสามารถในการทรงตัว (Balance)

ความสามารถในการทรงตัว (Balance)

 

  1. Sitting Balance
    • Static sitting balance
  • นั่งบนเก้าอี้แข็ง เท้าวางบนพื้น ศีรษะและลำตัวตรงไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • นั่งบนเก้าอี้แข็ง เท้าลอยพ้นพื้น ศีรษะและลำตัวตรงไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
    • Dynamic sitting balance
  • นั่งบนเก้าอี้ เท้าวางพื้น ให้ยกมือขึ้นข้างเดียวหรือประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วเคลื่อนไปในทิศทางต่างๆ เช่น ด้านหน้า ซ้าย ขวา บนและล่าง เป็นต้น
  • นั่งบนเก้าอี้ เท้าลอยพ้นพื้น กอดอก ให้ผู้ตรวจจับพยุงที่บริเวณไหล่ทั้งสองข้างแล้วเคลื่อนไปในทิศทางต่างๆ เช่น ด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา หมุนไปด้านซ้ายและไปหมุนไปด้านขวา เป็นต้น
  • นั่งเก้าอี้ และฝึกโยนรับ-ส่งลูกบอลในท่าทางและมุมต่างๆ
  • ฝึกเอื้อมหยิบของในทิศทางต่างๆ
  1. Standing Balance
    • Static standing balance
  • ยืนโดยไม่มี support ศีรษะและลำตัวตรง สะโพกและเข่าเหยียดตรง
  • ยืนบนพื้นแข็งแล้วเปลี่ยนเป็นพื้นอ่อนนุ่ม และบนพื้นเรียบ/พื้นขรุขระ ด้วยลักษณะเท้าห่างกัน/ชิดกัน
  • ยืน 2 ขา/ข้างเดียว โดยใช้มือจับ/ไม่จับอุปกรณ์ช่วย และลืมตา/หลับตา

2.2 Dynamic

–     ยืนโดยไม่มี support ให้เอื้อมมือไปแตะที่เป้าหมายในทิศทางต่างๆ เช่น ด้านหน้า ซ้าย     ขวา เป็นต้น

–     ฝึกเตะลูกบอลไปข้างหน้า เตะเข้าหาผนัง และผ่านสิ่งกีดขวาง โดยใช้ขาทั้งสองสลับกัน

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่212: ส่วนที่ 2 ประเด็นการประเมิน

ส่วนที่ 2 ประเด็นการประเมิน

  1. สิ่งที่ควรที่เพิ่มเติมเพื่อให้รายงานนี้สมบูรณ์คือ ไม่มี เนื่องจากผู้วิจัยได้รายงานส่วนต่างๆ ได้ค่อนข้างชัดเจนและได้รายงานผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  2. ข้อเสนอแนะสำหรับผู้วิจัยเพื่อปรับปรุง (เช่น ควรมีการพบปะสม่ำเสมอ ควรมีรายงานความก้าวหน้าสม่ำเสมอ ความสัมพันธ์ในการทำงานวิจัยร่วมกัน เป็นต้น) ผู้วิจัยควรจะมีการรายงานปัญหาและการแก้ไขปัญหากับผู้ประกอบการเป็นระยะๆ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยินดีให้ความช่วยเหลือหากต้องการความช่วยเหลือ หากเกิดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
  3. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัย (เช่น ควรทำวิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการแต่อยู่ภายใต้กรอบของโครงการวิจัย) หรือแนวทางในการพัฒนางานวิจัยให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง แนะนำให้ทีมผู้วิจัยพยายามพัฒนาอุปกรณ์ให้ใช้ได้ง่าย และสามารถใช้ไปได้จริงในสถานที่ต่างๆ เช่น คลินิก โรงพยาบาล และในชุมชนต่างๆ ซึ่งในขณะนี้ผู้วิจัยอยู่ในช่วงของการเก็บข้อมูล หากได้ผลการศึกษาแล้วขอให้แจ้งผลกับทางผู้ประกอบการด้วย
  4. ท่านคิดว่าปัญหาที่นำเสนอก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้างต่อกิจการของท่าน จงอธิบาย (โปรดตีเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์) ไม่มี โดยคาดว่าหลังการอุปกรณ์เรียบร้อย และได้ผลจากการศึกษาแล้ว ผู้ประกอบการน่าจะสามารถนำมาใช้ในคลินิกกายภาพบำบัดของผู้ประกอบการได้มี เนื่องจากคลินิกของผู้ประกอบการมักจะการจัดโครงการการตรวจสุขภาพต่างๆ ให้กับหน่วยงานต่างๆ ค่อนข้างบ่อย การมีอุปกรณ์วัดและติดตามภาวะกระดูกสันหลังค่อมที่ใช้ได้ง่ายจะเป็นประโยชน์กับการจัดกิจกรรมของคลินิกให้มีความหลายหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  5. ท่านคาดว่าผลของการวิจัยมีความสำคัญและเกิดประโยชน์ต่อกิจการของท่าน

þมาก                    * ปานกลาง                    * น้อย                  * น้อยที่สุด

  1. ประโยชน์ที่ท่านคาดว่าจะได้รับหากงานวิจัยนี้สำเร็จ (โปรดตีเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์และจงอธิบายในรายละเอียด)

*ลดต้นทุน (Cost Reduction)                     คิดเป็นมูลค่า          บาท

* ผลผลิตที่ได้ (Yield) เพิ่มขึ้น                      คิดเป็นมูลค่า                   บาท

*ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New product)                       คิดเป็นมูลค่า          บาท

þอื่นๆ โปรดระบุ ผลงานที่ได้จากการศึกษานี้น่าจะช่วยให้การบริการของคลินิกทั้งในคลินิกและในสถานที่ต่างๆ มีความหลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถใช้ในการคัดกรองความผิดปกติของผู้ที่มารับบริการการรักษาของคลินิกได้

  1. สมควรรับรองรายงานความก้าวหน้าหรือไม่

þ รับรอง               * ไม่รับรอง

 

ผู้ประเมิน

(                                                   )

วันที่เดือนพ.ศ.            .

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

More

ตอนที่211: ขี้ผึ้งพาราฟิน (Paraffin Bath)

ขี้ผึ้งพาราฟิน (Paraffin Bath)

ขี้ผึ้งพาราฟิน (Paraffin Bath) การรักษาด้วยขี้ผึ่งพาราฟินนั้นมี 3 เทคนิควิธีที่สำคัญคือ

1)Dip Wrap (Glove Technique)

  • จุ่มส่วนที่ต้องการรักษาลงในถังพาราฟินที่ความร้อนประมาณ 47oC แล้วยกขึ้น รอจนหยุดหยด แล้วจุ่มซ้ำ พยายามอย่าขยับ เพราะพาราฟินชั้นในอาจแตกได้ ทำซ้ำ 6-10 ครั้ง แล้ววางส่วนที่รักษาในถุงพลาสติก แล้วห่อด้วยผ้าขนหนู ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

2)Dip and Reimmerse

  • หลังจากที่ทำวิธีที่ 1 จนพาราฟินครอบคลุมส่วนที่ทำการรักษาดีแล้ว ให้จุ่มมือลงไปในถังพาราฟินแล้วแช่ทิ้งไว้ 10-20 นาที เทคนิคนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีแนวโน้มบวมง่าย

3)Brush Technique

  • ใช้สำหรับส่วนที่ยากต่อการจุ่มพาราฟิน ใช้แปรงจุ่มแล้วทาเคลือบประมาณ 10 ชั้น แล้วห่อด้วยผ้าขนหนู ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
ข้อดี ข้อเสีย
·       Specific heat ต่ำกว่าน้ำและ thermal conductivity ต่ำกว่า

·       กระจายความร้อนที่มือและนิ้วมืออย่างทั่วถึง และจัดเป็นความร้อนชื้น

·       มีน้ำมันเป็นส่วนผสม ทำให้ผิวไม่แห้งหลังรักษา

·       ก้อนพาราฟินอาจใช้ในการออกกำลังกายร่วมด้วยได้

·       ราคาไม่แพง

·       เหมาะกับบริเวณที่ส่วนปลายแขนขาเท่านั้น จำกัดต่อการรักษาที่บริเวณอื่น

·       ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิขณะใช้ ผลของความร้อนอยู่นานไม่เกิน 20 นาที

·       จัดเป็น passive intervention

 

 

 

>>> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.firstphysioclinics.com

>>> เฟิร์สฟิสิโอคลินิกกายภาพบำบัด (FIRSTPHYSIO)

>> > LINE ID: 0852644994

>>> TEL. 085-264-4994ตอนที่18

 

 

More